วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สุธาปิณฑิยเถราปทาน

สุธาปิณฑิยเถราปทานที่ ๑ (๙๑)
ว่าด้วยผลบุญของผู้บูชาไม่อาจนับได้
             [๙๓] ใครๆ ไม่อาจจะนับบุญของบุคคลผู้บูชา พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า                           หรือพระสาวก ผู้สมควรบูชา ผู้ล่วงธรรมเครื่องให้เนิ่นช้า ผู้ข้ามความโศก                           และความร่ำไรแล้ว ว่าบุญนี้มีประมาณเท่านี้ได้ ใครๆ ไม่อาจจะนับบุญ                           ของบุคคลผู้บูชาปูชารหบุคคลเหล่านั้น เช่นนั้น ผู้ดับแล้ว ไม่มีภัย แต่                           ที่ไหนๆ ว่าบุญนี้มีประมาณเท่านี้ได้ การที่บุคคลในโลกนี้ พึงให้ทำความ                           เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ นี้ ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการบูชานี้ เรามีใจผ่องใส                           ได้ใส่ก้อนปูนขาวในระหว่างแผ่นอิฐ ที่พระเจดีย์ แห่งพระผู้มีพระภาค                           พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เลิศกว่านระ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำ                           กรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ                           ปฏิสังขรณ์ ในกัลปที่ ๓๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๓ พระองค์                           ทรงพระนามว่าปฏิสังขาระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คุณวิเศษ                           เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด                           แล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสุธาปิณฑิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุธาปิณฑิยเถราปทาน.
สุปีฐิยเถราปทานที่ ๒ (๙๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายตั่ง
             [๙๔] เรายินดีมีจิตโสมนัส ได้ถวายตั่งอันสวยงามแด่พระพุทธเจ้า พระนามว่า                           ติสสะ ผู้เป็นนาถะของโลก เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ในกัลปที่ ๓๘ แต่                           กัลปนี้ เราได้เป็นพระราชาพระนามว่ามหารุจิ โภคสมบัติอันไพบูลย์ และ                           ที่นอนมิใช่น้อย ได้มีแล้วแก่เรา เรามีใจผ่องใสได้ถวายตั่งแก่พระพุทธเจ้า                           แล้ว ย่อมเสวยกรรมของตน ที่ตนได้ทำไว้ดีแล้วในกาลก่อน ในกัลปที่                           ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายตั่งใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ                           เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่ง ในกัลปที่ ๓๘ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า                           จักรพรรดิ ๓ พระองค์ องค์ที่ ๑ พระนามว่ารุจิ องค์ที่ ๒ พระนามว่า                           อุปรุจิ องค์ที่ ๓ พระนามว่ามหารุจิ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔                           วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เรา                           ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสุปีฐิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุปีฐิยเถราปทาน.
อัฑฒเจลกเถราปทานที่ ๓ (๙๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าครึ่งท่อน
             [๙๕] เราเป็นคนเข็ญใจ สมควรได้รับความการุญอย่างยิ่ง ได้ถวายผ้าครึ่งท่อนแด่                           พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ ครั้นถวายผ้าครึ่งท่อนแล้ว บันเทิงอยู่ใน                           สวรรค์ตลอดกัลปหนึ่ง และในกัลปทั้งหลายที่เหลือ เราได้ทำกุศล ในกัลป                           ที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผ้าใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ                           เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า ในกัลปที่ ๕๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักร-                           พรรดิหลายพระองค์ พระนามว่าสมันตาโอทนะ เป็นกษัตริย์จอมชน คุณ                           วิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้                           ชัดแจ้งแล้วพระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระอัฑฒเจลกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัฑฒเจลกเถราปทาน.
สูจิทายกเถราปทานที่ ๔ (๙๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเข็ม
             [๙๖] เมื่อก่อน เราเป็นช่างทองอยู่ในพระนครพันธุมะ อันประเสริฐสุด เราได้                           ถวายเข็มแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ญาณของเราเสมอด้วยแก้ว                           วิเชียรอันเลิศ เป็นเช่นนั้นเพราะกรรม เราเป็นผู้ปราศจากราคะ พ้นวิเศษ                           แล้ว บรรลุถึงธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ ภพทั้งปวงทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและ                           ปัจจุบัน เราค้นคว้า (พิจารณา) ได้ด้วยญาณ นี้เป็นผลแห่งการถวายเข็ม                           ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ทรงพระนาม                           ว่า วชิราสมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ                           เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด                           แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสูจิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สูจิทายกเถราปทาน.
คันธมาลิยเถราปทานที่ ๕ (๙๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายสถูปไม้หอม
             [๙๗] เราได้ทำสถูปไม้หอมคลุม (ปิด) ด้วยดอกมะลิ อันสมควรแก่พระพุทธเจ้า                           ถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ได้ถวายบังคมพระพุทธเจ้า                           อัครนายกของโลก เช่นกับทองคำมีค่า ผู้รุ่งเรืองดังนิลอุบล แผดแสงดัง                           พระอาทิตย์ ผู้องอาจดังพระยาเสือโคร่ง ผู้ประเสริฐ มีชาติยิ่งเหมือน                           ไกรสร ผู้เลิศกว่าสมณะทั้งหลาย ประทับนั่งแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เรา                           ถวายบังคมพระบาทของพระศาสดาแล้ว บ่ายหน้าทางทิศอุดรหลีกไป ใน                           กัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายของหอมและดอกไม้ ด้วยผลแห่ง                           สักการะที่ทำแล้วในพระพุทธเจ้าโดยพิเศษนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น                           ผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๙ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระ                           องค์ พระเจ้าจักรพรรดิเหล่านั้น มีพระนามเหมือนกันว่าเทวคันธะ คุณ                           วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้                           แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระคันธมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ คันธมาลิยเถราปทาน.
ติปุปผิยเถราปทานที่ ๖ (๙๖)
ว่าด้วยผลแห่งการเก็บใบแคฝอยทิ้ง
             [๙๘] เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าชัฏใหญ่ เราเห็นไม้แคฝอยอันเขียวสด                           อันเป็นไม้โพธิ์ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี จึงบูชาด้วยดอกไม้                           ๓ ดอก เวลานั้น เราเก็บใบแคฝอยที่แห้งๆ ไปทิ้งในภายนอก เรากราบ                           ไหว้ไม้แคฝอย ดังถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี นายกของ                           โลก ผู้บริสุทธิ์ทั้งภายในภายนอก ผู้พ้นวิเศษแล้วไม่มีอาสวะ เฉพาะ                           พระพักตร์ แล้วทำกาละ ณ ที่นั้นเอง ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้                           บูชาไม้โพธิ์ใด ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชา                           ไม้โพธิพฤกษ์ ในกัลปที่ ๓๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๓ พระองค์                           ทรงพระนามว่าสมันตปาสาทิกะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา                           ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา                           เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระติปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติปุปผิยเถราปทาน.
มธุปิณฑิกเถราปทานที่ ๗ (๙๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง
             [๙๙] ความยินดีเป็นอันมากได้มีแก่เรา เพราะได้เห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่า                           สิทธัตถะ ผู้ประเสริฐกว่าบรรดาฤาษี ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ผู้ดับแล้ว                           เป็นมหานาค ผู้องอาจดังม้าอาชาไนย ผู้รุ่งโรจน์เหมือนดาวประกายพฤกษ์                           อันหมู่เทวดานมัสการอยู่ ในป่าชัฏสงัดเสียงไม่อากูล ญาณเกิดขึ้นแล้ว                           ในขณะนั้น เราได้ถวายน้ำผึ้งแด่พระศาสดาผู้เสด็จออกจากสมาธิ เรามีใจ                           ผ่องใสถวายบังคมพระบาทของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ด้วย                           เศียรเกล้า แล้วบ่ายหน้ากลับไปทางทิศประจิม ในกัลปที่ ๓๔ แต่กัลป                           นี้ เราได้เป็นพระราชาพระนามว่าสุทัสสนะ ในกาลนั้น น้ำผึ้งออกจาก                           รากไม้ไหลลงในโภชนาหารของเรา ฝนน้ำผึ้งตกลง นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม                           ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายน้ำผึ้งใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเรา                           ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง ในกัลปที่ ๓๔ แต่กัลปนี้                           ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ มีพระนามว่าสุทัสสนะ ทรงสมบูรณ์                           ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔                           วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้                           ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระมธุปิณฑิกเถระได้กล่าวพระคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มธุปิณฑิกเถราปทาน.
เสนาสนทายกเถราปทานที่ ๘ (๙๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเครื่องลาดใบไม้
             [๑๐๐] เราได้ถวายเครื่องลาดใบไม้ แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ และ                           ได้เอาเครื่องอุปการะและดอกโกสุมโปรยลงโดยรอบ เราได้เสวยถ้ำ (ห้อง)                           อันรื่นรมย์ควรค่ามากในปราสาท ดอกไม้มีค่ามากได้ตกลงบนที่นอนของ                           เรา เราย่อมนอนบนที่นอนอันวิจิตรลาดด้วยดอกไม้ และฝนดอกไม้ตก                           ลงบนที่นอนของเราในกาลนั้น ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเครื่อง                           ลาดใบไม้ใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย                           เครื่องลาด พระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ พระนามว่าฐิตาสันถารกะ                           เป็นจอมแห่งชน อุบัติแล้วในกัลปที่ ๕ แต่กัลปนี้ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ                           ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ                           พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระเสนาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เสนาสนทายกเถราปทาน.
เวยยาวัจจกเถราปทานที่ ๙ (๙๙)
ว่าด้วยผลแห่งความเป็นไวยาวัจกร
             [๑๐๑] ได้มีการประชุมใหญ่ (มหาสันนิบาต) แห่งพระผู้มีพระภาคพระนามว่า                           วิปัสสี เราได้เป็นไวยาวัจกรผู้รับใช้ในกิจทุกอย่าง ก็ไทยธรรมที่จะถวาย                           แด่พระสุคตเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่ของเราไม่มี เรามีจิตผ่องใส ได้ถวาย                           บังคมพระบาทของพระศาสดา ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้กระทำ                           ไวยาวัจกร ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการทำ                           ไวยาวัจกร ในกัลปที่ ๘ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระนาม                           ว่าสุจินติยะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่า                           นี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว                           พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระไวยาวัจจกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
                                 จบ ไวยาวัจจกเถราปทาน.
พุทธุปัฏฐากเถราปทานที่ ๑๐ (๑๐๐)
ว่าด้วยผลแห่งการเป่าสังข์บูชาพระผู้มีพระภาค
             [๑๐๒] เราเป็นผู้เป่าสังข์บูชาแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี เป็นผู้ประ-                           กอบการบำรุงพระสุคตเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่เป็นนิตย์ เราเห็นผลการ                           บำรุงพระโลกนาถผู้คงที่ ดนตรี ๖ หมื่นห้อมล้อมเราทุกเมื่อ ในกัลปที่ ๙๑                           แต่กัลปนี้ เราบำรุงพระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณใหญ่ ด้วยกรรมนั้น เรา                           ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบำรุง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ ได้มี                           พระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่ามหานิโฆษ มีพลมาก                           คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา                           ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระพุทธุปัฏฐากเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ พุทธุปัฏฐากเถราปทาน.
-------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น