วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อุทกาสนทายกเถราปทาน

อุทกาสนทายกเถราปทานที่ ๑ (๒๓๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะตั้งน้ำ
             [๒๓๓] เราออกจากประตูอารามแล้ว ได้ลาดแผ่นกระดาน (สำหรับนั่ง) ไว้ และ                           ได้ตั้งน้ำ (ฉันน้ำใช้) ไว้ เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ในกัลปที่ ๓๑                           แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย                           นี้เป็นผลเพราะลาดอาสนะและตั้งน้ำ ในกัลปที่ ๑๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระ                           เจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าอภิสามะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล                           มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖                           เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระอุทกาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุทกาสนทายกเถราปทาน.
ภาชนทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๓๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายภาชนะ
             [๒๓๔] ในกาลนั้น เราเป็นช่างหม้ออยู่ในนครพันธุมดี เราได้แบ่งภาชนะถวายแก่                           ภิกษุสงฆ์ในนครนั้นเสมอๆ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้แบ่งภาชนะ                           ถวายภิกษุสงฆ์แล้ว เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภาชนะ                           ในกัลปที่ ๕๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าอนันตชลิ ทรง                           สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔                           วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา                           ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระภาชนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ภาชนทายกเถราปทาน.
สาลปุปผิยเถราปทานที่ ๓ (๒๓๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกสาละ
             [๒๓๕] ในกาลนั้น เราเป็นคนทำขนมขายอยู่ในนครอรุณวดี เราได้เห็นพระชินเจ้า                           พระนามว่าสิขี เสด็จไปทางประตูบ้านเรา เรามีใจผ่องใสรับบาตรของพระ                           พุทธเจ้าซึ่งเสด็จมาถึงพอดี แล้วได้ถวายดอกสาละแก่พระองค์ ในกัลปที่๓๑                           แต่กัลปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใด ด้วยการถวายดอกไม้นั้น เราไม่รู้                           จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกสาละ ในกัลปที่ ๑๔ แต่กัลปนี้                           เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าอมิตัญชละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗                           ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘                           และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว                           ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสาลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สาลปุปผิยเถราปทาน
กิลัญชทายกเถราปทานที่ ๔ (๒๓๔)
ว่าด้วยผลแห่งการให้เสื่อลำแพน
             [๒๓๖] ในกาลนั้น เราเป็นช่างสานอยู่ในนครติวรา อันน่ารื่นรมย์ หมู่ชนในนครนั้น                           เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ส่องโลกให้สว่างไสว หมู่                           ชนเที่ยวแสวงหาเสื่อลำแพนเพื่อบูชาพระโลกนาถ เราได้ให้เสื่อลำแพนแก่                           ชนทั้งหลายผู้ทำพุทธบูชา ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด                           ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้เสื่อลำแพน                           ในกัลปที่ ๗๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าชลันธระ ทรง                           สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔                           วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา                           ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระกิลัญชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กิลัญชทายกเถราปทาน
เวทิทายกเถราปทานที่ ๕ (๒๓๕)
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างไพรที
             [๒๓๗] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ให้ช่างก่อสร้างไพรทีไว้ที่ไม้โพธิพฤกษ์                           อันเป็นไม้อุดมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี เพราะเราได้ให้ช่าง                           ก่อสร้างไพรที ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง                           การสร้างไพรที ในกัลปที่ ๑๑ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ                           มีนามว่าสูริยสมะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้                           คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว                           พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระเวทิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เวทิทายกเถราปทาน.
วรรณการเถราปทานที่ ๖ (๒๓๖)
ว่าด้วยผลแห่งการให้สี
             [๒๓๘] ในกาลนั้น เราเป็นช่างย้อมอยู่ในนครอรุณวดี เราย้อมภัณฑะ คือ ผ้าที่                           พระเจดีย์ให้มีสีต่างๆ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราย้อมสีใด ในกาลนั้น                           ด้วยการย้อมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้สี ในกัลปที่ ๒๓                           แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าจันทสมะ ทรงสมบูรณ์                           ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔                           วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้                           ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระวรรณการกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วรรณการกเถราปทาน.
ปิยาลปุปผิยเถราปทานที่ ๗ (๒๓๗)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกมะหาด
             [๒๓๙] ในกาลก่อน เราเป็นพรานเนื้อ (เที่ยว) อยู่ในป่าชัฏ เราเห็นต้นมะหาด                           มีดอกบาน จึงเก็บมาโยน โรย ลงที่ทางเดิน เรามีใจผ่องใส รับบาตร                           ของพระพุทธเจ้าซึ่งกำลังเสด็จดำเนินอยู่ที่ทาง แล้วได้ถวายมะหาดแก่พระ                           องค์ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วย                           การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้                           คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว                           พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระปิยาลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปิยาลปุปผิยเถราปทาน.
อัมพยาคทายกเถราปทานที่ ๘ (๒๓๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะม่วง
             [๒๔๐] เราเป็นผู้ฉลาดในศิลปะของตน ได้ไปสู่ป่าชัฏ ได้พบพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จ                           ดำเนินอยู่ จึงถวายผลมะม่วง ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใด                           ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย                           ผลมะม่วง คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖                           เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระอัมพยาคทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัมพยาคทายกเถราปทาน.
ชคติการกเถราปทานที่ ๙ (๒๓๙)
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างลานดิน
             [๒๔๑] เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้สูงสุดกว่านระ เสด็จนิพพานแล้ว                           เราได้ให้สร้างลานดินไว้ที่พระสถูปอันอุดมของพระพุทธเจ้า ในกัลปที่                           ๑,๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดไว้ ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้                           จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสร้างลานดิน คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ-                           สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ-                           ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระชคติการกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ชคติการกเถราปทาน.
วาสิทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๒๔๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมีด
             [๒๔๒] ในกาลก่อน เราเป็นช่างทองอยู่ในติวรานครอันอุดม เราได้ถวายมีดเล่ม                           หนึ่งแด่พระสยัมภู ผู้ไม่ทรงแพ้อะไรๆ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้                           ถวายมีดใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายมีดนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น                           ผลแห่งการถวายมีด คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘                           และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว                           ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระวาสิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วาสิทายกเถราปทาน.
-----------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น