จิตกปูชกเถราปทานที่ ๑ (๒๙๑) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ต่างๆ [๒๙๓] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามชื่อว่า อชิตะ เราประสงค์จะทำการ บูชา จึงรวบรวมดอกไม้ต่างๆ ไว้ เราได้เห็นจิตกาธารของพระพุทธเจ้า พระนามว่า สิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลกอันรุ่งเรืองอยู่ จึงนำเอาดอกไม้ นั้นมาบูชาที่จิตกาธาร ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ใน กัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ จอมมนุษย์ ๗ พระองค์ ทรงพระนามว่า สุปัชชลิตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระจิตกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ จิตกปูชกเถราปทาน. ปุปผธารกเถราปทานที่ ๒ (๒๙๒) ว่าด้วยผลแห่งการยกดอกไม้ขึ้นบูชา [๒๙๔] เราเป็นผู้นุ่งผ้าเปลือกไม้คากรอง ห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างซ้าย ยังอภิญ- ญา ๕ ให้บังเกิดแล้ว เป็นผู้ลูบคลำพระจันทร์ได้ เราได้เห็นพระศาสดาพระ นามว่าวิปัสสี ผู้ส่องโลกให้สว่างไสว ซึ่งเสด็จมาถึงสำนักเรา เราจึงยก ดอกแคฝอยขึ้นบูชาแด่พระองค์ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ยกดอกไม้ ใดขึ้นบูชา ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการยกดอกไม้ ขึ้นบูชา ในกัลปที่ ๘๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า สมันตธรณะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปุปผธารกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ ปุปผธารกเถราปทาน. ฉัตตทายกเถราปทานที่ ๓ (๒๙๓) ว่าด้วยผลแห่งการถวายฉัตร [๒๙๕] ในกาลนั้น บุตรของเราบวชแล้ว นุ่งห่มผ้ากาสายะ แล้วท่านนั้นบรรลุถึง ความเป็นพระพุทธะ อันชาวโลกบูชา นิพพานแล้ว เราค้นหาบุตรของตน ไปทางเบื้องหลังอาราม ได้ไปถึงจิตกาธารแห่งบุตรของเราผู้ดับแล้ว เป็น ผู้ใหญ่ เราประนมกรอัญชลี ไหว้จิตกาธารที่ป่าช้านั้น และยกฉัตรขาวขึ้น ตั้งประดิษฐานไว้ (บูชา) ในกาลนั้น ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ ยกฉัตรขึ้น (บูชา) ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการถวายฉัตร ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ เป็นจอมแห่งชน มีพระนามว่ามหารหะ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระฉัตตทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ ฉัตตทายกเถราปทาน. สัททสัญญกเถราปทานที่ ๔ (๒๙๔) ว่าด้วยผลแห่งการได้สัททสัญญา [๒๙๖] เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ความเลื่อมใสของเรามีอย่างไพบูลย์ ความปรากฏ แห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ได้มีในโลก เราได้ ฟังแต่เสียงในความปรากฏนั้น แต่ไม่ได้เห็นพระชินเจ้า เมื่อเราจะทำกาล กิริยา ได้ระลึกถึงความจำหมายในพระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ สัททสัญญกเถราปทาน โคสีสนิกเขปกเถราปทานที่ ๕ (๒๙๕) ว่าด้วยผลแห่งการลาดไม้จันทน์ขาว [๒๙๗] เราออกจากประตูพระอารามแล้ว ได้ลาด (ทอด) ไม้จันทน์ขาวไว้ (เพื่อ ให้สงฆ์เดิน) เราได้เสวยกรรมของตน นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ม้า สินธพอาชาไนย มีกำลังวิ่งเร็วดังลม เป็นพาหนะเร็ว เราได้เสวยผลนั้น ทั้งหมด นี้เป็นผลแห่งการลาดไม้จันทน์ขาว โอ กุศลสมภารน้อย (กลับ) ให้ผลมากมาย เราทำดีในเขตดี ผลอื่นไม่ได้เสี้ยวแห่งกุศล สมภารที่เรา ทำในสงฆ์ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ลาดไม้จันทร์ขาว ในกัลปที่ ๗๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง มีนามว่าสุปติฏฐิตะ มีเดชมาก มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโคสีสนิกเขปกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ โคสีสนิกเขปกเถราปทาน. ปทปูชกเถราปทานที่ ๖ (๒๙๖) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระบาท [๒๙๘] ในกาลนั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ภูเขาหิมวันต์ เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ ปราศจากธุลี มีรัศมีผุดผ่องดังพระจันทร์ เวลานั้น เราได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ผู้นำโลกแล้วได้เอา (น้ำ) แก่นจันทน์และกฤษณา รดลงที่พระบาท ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระบาทใด ด้วย การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระบาท คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปทปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ ปทปูชกเถราปทาน. เทสกิตติกเถราปทานที่ ๗ (๒๙๗) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ [๒๙๙] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามว่าอุปสาลหกะ เราเข้าไปยังป่าชัฏ ได้ เห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก ประเสริฐกว่านระ ผู้ควรรับเครื่อง บูชาของโลก แล้วได้ถวายบังคมแทบพระบาท พระพุทธเจ้าทรงทราบว่าเรา มีจิตเลื่อมใสแล้ว ทรงหายไป เราออกจากป่าแล้ว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ ประเสริฐสุด เราสรรเสริญประเทศนั้นแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอด กัลป ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญประเทศใด ด้วยการ สรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเทสกิตติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ เทสกิตติกเถราปทาน. สรณคมนิยเถราปทานที่ ๘ (๒๙๘) ว่าด้วยผลแห่งการถึงสรณะ [๓๐๐] ในกาลนั้น เราเป็นพรานอยู่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ เราได้เห็นพระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ได้เข้าเฝ้าพระ สัมพุทธเจ้าแล้ว ทำไวยาวัจกร ได้เข้าถึงพระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ เป็นสรณะ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถึงสรณะใด ด้วยการถึงสรณะ นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถึงสรณะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสรณคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ สรณคมนิยเถราปทาน. อัมพปิณฑิยเถราปทานที่ ๙ (๒๙๙) ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะม่วง [๓๐๑] เราปรากฏว่าเป็นทานพ (อสูร) มีนามชื่อว่าโรมสะ เราได้ถวายผลมะม่วง แก่พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ กัลปนี้ ๙๑ แต่กัลป นี้ เราได้ถวายผลมะม่วงใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลมะม่วง คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอัมพปิณฑิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ อัมพปิณฑิยเถราปทาน. อนุสังสาวกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๐๐) ว่าด้วยผลแห่งการประกาศคุณวิเศษ [๓๐๒] เราได้เห็นพระชินเจ้า พระนามว่าวิปัสสี กำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาต จึงได้ ถวายภิกษาทัพพีหนึ่งแก่พระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ ในกาลนั้น เรามี จิตเลื่อมใสโสมนัสได้ถวายบังคม (และ) ได้ประกาศพระพุทธเจ้าให้มหาชน ทราบ เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ ประกาศให้มหาชนทราบ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การประกาศ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอนุสังสาวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ อนุสังสาวกเถราปทาน. -----------------------------------------------------
วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557
จิตกปูชกเถราปทาน
ป้ายกำกับ:
จิตกปูชกเถราปทาน
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น