วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อากาสุกขิปิยเถราปทาน

อากาสุกขิปิยเถราปทานที่ ๑ (๒๖๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัว
             [๒๖๓] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ มีพระฉวีวรรณดังทองคำ                           เสด็จดำเนินอยู่ในระหว่างตลาด จึงถือเอาดอกบัวงาม ๒ ดอกเข้าไปเฝ้า                           พระองค์ผู้ประเสริฐกว่านระ เราวางดอกบัวดอกหนึ่งไว้แทบพระบาทของ                           พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด อีกดอกหนึ่งเราหยิบโยนขึ้นไปในอากาศ                           ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ                           บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้ ในกัลปที่                           ๓๒ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่น                           ดิน พระนามว่าอันตลิกขกร มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔                           วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา                           เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้              ทราบว่า ท่านพระอากาสุกขิปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อากาสุกขิปิยเถราปทาน.
เตลมักขิยเถราปทานที่ ๒ (๒๖๒)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยการทาน้ำมัน
             [๒๖๔] เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ประเสริฐกว่านระ นิพพาน                           แล้ว ในกาลนั้น เราเอาน้ำมันทาที่ไพรทีแห่งโพธิพฤกษ์ ในกัลปที่ ๙๔                           แต่กัลปนี้ เราได้ทาน้ำมันใด ในกาลนั้น ด้วยการทาน้ำมันนั้น เราไม่รู้จัก                           ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการทาน้ำมัน ในกัลปที่ ๒๔ แต่กัลปนี้ ได้มี                           พระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าสุฉวี ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗                           ประการ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖                           เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระเตลมักขิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้.
จบ เตลมักขิยเถราปทาน.
อัฑฒจันทิยเถราปทานที่ ๓ (๒๖๓)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาโพธิ์พฤกษ์
             [๒๖๕] เราได้ถวายอัฑฒจันท์ไว้ที่ไม้โพธิพฤกษ์อันอุดม แห่งพระผู้มีพระภาค                           พระนามว่าติสสะ ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาไม้โพธิพฤกษ์ด้วย                           อัฑฒจันท์ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชา                           โพธิพฤกษ์ ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์                           พระนามว่าเทวละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ                           เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง                           ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระอัฑฒจันทิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัฑฒจันทิยเถราปทาน.
ทีปทายกเถราปทานที่ ๔ (๒๖๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายประทีป
             [๒๖๖] ในกาลนั้น เราเป็นเทพบุตร ลงมาสู่แผ่นดิน มีใจเลื่อมใสได้ถวายประทีป                           ๕ ดวง ด้วยมือทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายประทีป                           ใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล                           แห่งการถวายประทีป ในกัลปที่ ๕๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ                           พระองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีนามว่าสมันตจักขุ มีพลมาก                           คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ                           ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระทีปทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ทีปทายกเถราปทาน
วิฬาลิทายกเถราปทานที่ ๕ (๒๖๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมันมือเสือ
             [๒๖๗] มีภูเขาชื่อโรมสะ อยู่ในที่ไม่ไกลต่อภูเขาหิมวันต์ พระสมณเจ้าผู้มีอินทรีย์                           อันอบรมแล้ว อยู่ที่เชิงเขานั้น เราได้ถือเอามันมือเสือไปถวายแด่พระ                           สมณเจ้า พระสยัมภูมหาวีรเจ้าผู้ไม่แพ้อะไรๆ ตรัสอนุโมทนาว่า ท่านมีใจ                           ผ่องใส ถวายมันมือเสือแก่เรา ผลจะบังเกิดแก่ท่านในภพที่ท่านเกิด ใน                           กัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายมันมือเสือใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จัก                           ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายมันมือเสือ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ                           ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ                           พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระวิฬาลิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วิฬาลิทายกเถราปทาน.
มัจฉทายกเถราปทานที่ ๖ (๒๖๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายปลา
             [๒๖๘] ในกาลนั้น เราเป็นนกออก อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้คาบปลาตัวใหญ่                           มาถวายแด่พระมุนีพระนามว่าสิทธัตถะ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้                           ถวายปลาใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ                           ถวายปลา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ                           อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระมัจฉทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มัจฉทายกเถราปทาน.
ชวหังสกเถราปทานที่ ๗ (๒๖๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคม
             [๒๖๙] ในกาลนั้น เราเป็นพรานป่าอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้เห็นพระพุทธ                           เจ้า พระนามว่าสิทธัตถะ เสด็จไปในอากาศ เราประนมกรอัญชลีแลดู                           พระมหามุนีอยู่ ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ถวายบังคมพระองค์ผู้                           นำโลก ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายบังคมพระนราสภใด ด้วย                           การถวายบังคมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบังคม                           คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ                           ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระชวหังสกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ชวหังสกเถราปทาน.
สลฬปุปผิกเถราปทานที่ ๘ (๒๖๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกสน
             [๒๗๐] ในกาลนั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้เห็นพระ                           พุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้รุ่งเรืองผ่องใสด้วยรัศมี เรามีจิตเลื่อมใส                           มีใจโสมนัส และมีปีติอย่างยิ่ง ถือเอาดอกสนมาโปรยลงบูชาแด่พระวิปัสสี                           พุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด                           ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษ                           เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง                           ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสลฬปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สลฬปุปผิยเถราปทาน.
อุปาคตหาสนิยเถราปทานที่ ๙ (๒๖๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคม
             [๒๗๑] มีสระที่สร้างอย่างดีอยู่ที่ท่ามกลางภูเขาหิมวันต์ เราเป็นผีเสื้อน้ำมีศีรษะอยู่                           เบื้องล่างน่ากลัว อยู่ในสระนั้น พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้อนุเคราะห์                           ประกอบด้วยพระกรุณา ผู้นำของโลก พระองค์ประสงค์จะช่วยเหลือเรา                           จึงเสด็จมาในสำนักของเรา เราได้เห็นพระมหาวีรเจ้าผู้ประเสริฐกว่าเทวดา                           เลิศกว่านระ เสด็จเข้ามา จึงออกจากที่อยู่อาศัยแล้วได้ถวายบังคมแด่                           พระศาสดา ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายบังคมพระศาสดา ผู้เป็น                           อุดมบุรุษใด ด้วยการถวายบังคมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง                           การถวายบังคม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ                           อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว                           ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระอุปาคตหาสนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุปาคตหาสนิยเถราปทาน.
ตรณิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๗๐)
ว่าด้วยผลแห่งการข้ามส่ง
             [๒๗๒] พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี มีพระฉวีวรรณดังทองคำ                           ผู้นำโลก แวดล้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ประทับยืนอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำ เรือ                           สำหรับจะข้ามในห้วงมหรรณพนั้นไม่มี เราจึงออกจากแม่น้ำ ข้ามส่ง                           พระศาสดาผู้เป็นนายกของโลก ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราข้ามส่งพระ                           ศาสดาผู้สูงสุดกว่านระใด ด้วยการข้ามส่งนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น                           ผลแห่งการข้ามส่ง คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘                           และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว                           ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระตรณิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตรณิยเถราปทาน
-----------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น