วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กณิการปุปผิยเถราปทาน

กณิการปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๒๐๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกกรรณิการ์
             [๒๐๓] ในกาลนั้น เราเห็นต้นกรรณิการ์ มีดอกบานสะพรั่ง จึงเก็บมาบูชาแด่พระผู้                           มีพระภาคพระนามว่าติสสะ ผู้ข้ามโอฆะแล้ว ผู้คงที่ ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้                           เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย                           นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ                           ปรากฏพระนามว่าอรุณปาละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก                           คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ                           ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระกณิการปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กณิการปุปผิยเถราปทาน.
มิเนลปุปผิยเถราปทานที่ ๒ (๒๐๒)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกเทียนขาว
             [๒๐๔] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี มีพระฉวีวรรณดังทอง มีพระรัศมีอันประ-                           เสริฐดังพระอาทิตย์ มีพระหฤทัยเมตตา มีพระสติ เสด็จขึ้นที่จงกรม                           เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ชมเชยพระญาณอันอุดมแล้ว ถือดอกเทียน                           ขาวไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธ-                           เจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง                           พุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๙ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่า                           สุเมฆฆนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้                           คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว                           พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระมิเนลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มิเนลปุปผิยเถราปทาน.
กิงกณิกปุปผิยเถราปทานที่ ๓ (๒๐๓)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกหงอนไก่
             [๒๐๕] พระสัพพัญญูผู้เป็นนายกของโลก เช่นกับด้วยทองคำมีค่า พระองค์ผู้นำของ                           โลก ร้อนพระกาย จึงเสด็จลงน้ำสรงสนานอยู่ เรามีจิตเบิกบาน มีใจ                           โสมนัส ได้ถือเอาดอกหงอนไก่ไปบูชาแด่พระสัพพัญญูพระนามว่าวิปัสสี                           ผู้จอมสัตว์ ผู้คงที่ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วย                           ดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา                           ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราชพระนามว่าภิมรถะ                           ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ-                           สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ-                           ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระกิงกณิกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กิงกณิกปุปผิยเถราปทาน.
ตรณิยเถราปทานที่ ๔ (๒๐๔)
ว่าด้วยผลแห่งการข้ามส่งพระพุทธเจ้า
             [๒๐๖] ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้จอมสัตว์ ประเสริฐกว่านระ                           แวดล้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย เสด็จไปสู่ฝั่งแม่น้ำคงคา แม่น้ำคงคา                           เต็มเปี่ยมเสมอขอบฝั่ง กาวักน้ำดื่มได้ ข้ามได้ยาก เราข้ามส่งพระพุทธ-                           เจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์และภิกษุสงฆ์ ในกัลปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้ทำ                           กรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง                           การข้ามส่งพระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๑,๓๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า                           จักรพรรดิ ๕ พระองค์ ทรงพระนามว่าสัพโพภวะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗                           ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘                           และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว                           ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระตรณิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตรณิยเถราปทาน.
นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๒๐๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกยางทราย
             [๒๐๗] เราเป็นคนเฝ้าพระอารามของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ได้ถือเอา                           ดอกไม้ยางทราย ไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้                           บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย                           นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า                           จักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่ามหาปตาปะ มีพลมาก                           คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา                           ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน.
อุทกทายกเถราปทานที่ ๖ (๒๐๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำ
             [๒๐๘] เราเห็นพระสมณะ ผู้ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว กำลังบริโภคอยู่ ได้เอาน้ำใน                           หม้อถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ วันนี้ (นั้น) เราเป็น                           ผู้ไม่เศร้าหมอง ปราศจากมลทิน สิ้นสงสัย ผลย่อมเกิดแก่เราในภพที่                           เกิดอยู่ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายน้ำ ในกาลนั้น ด้วยการ                           ถวายน้ำนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำ ในกัลปที่ ๖๑                           แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าวิมล                           ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ-                           สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ-                           พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระอุทกทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุทกทายกเถราปทาน
สลฬมาลิยเถราปทานที่ ๗ (๒๐๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้พร้อมทั้งขั้ว
             [๒๐๙] เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ เป็นสารถีฝึกนระ ผู้โชติช่วง                           ดังดอกกรรณิการ์ ประทับนั่งในระหว่างภูเขา ยังทิศทั้งปวงให้สว่าง                           อยู่ ในกาลนั้น เราเอาธนูพาดสายแล้ว ยิงลูกธนูไป ตัดดอกไม้                           พร้อมทั้งขั้ว บูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชา                           พระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้                           เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ                           พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าชุตินธระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ                           มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖                           เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสลฬมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สลฬมาลิยเถราปทาน
โกรัณฑปุปผิยเถราปทานที่ ๘ (๒๐๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกหงอนไก่พร้อมทั้งราก
             [๒๑๐] เราได้เห็นรอยพระบาท อันประดับด้วยจักร และเครื่องอลังการที่พระผู้มี                           พระภาคพระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ทรงเหยียบไว้ จึงเดินตาม                           รอยพระบาทไป เราได้เห็นต้นหงอนไก่ มีดอกบาน จึงเอาบูชาพร้อมทั้งราก                           เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ได้ไหว้รอยพระบาทอันอุดม ในกัลปที่ ๙๑                           แต่กัลปนี้ เราได้บูชารอยพระพุทธบาทด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น                           เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๗ ได้มีพระเจ้า                           จักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าวีตมละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗                           ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘                           และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว                           ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระโกรัณฑปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน.
อาธารทายถเถราปทานที่ ๙ (๒๐๙)
ว่าด้วยการถวายเชิงรองบาตร
             [๒๑๑] เราได้ถวายเชิงรองบาตรแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์                           ของโลก เราทรง (ครอบครอง) พื้นแผ่นพระสุธานี้ทั้งหมดสิ้น เราเผา                           กิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว เราทรงกายอันเป็นที่สุด                           อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มี                           พระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงมีพระนามว่าสมันตวรุณ มีพลมาก                           คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา                           ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระอาธารทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อาธารทายกเถราปทาน.
ปาปนิวาริยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๑๐)
ว่าด้วยผลแห่งการห้ามบาป
             [๒๑๒] ก็เรามีใจผ่องใส ได้ถวายร่มคันหนึ่งแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ                           ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ผู้คงที่ เราห้ามบาปเสียแล้ว ก่อสร้างกุศล                           เทวดาทั้งหลายกั้นร่มไว้ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ภพที่สุด                           ย่อมเป็นไปแก่เรา เราถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว ทรงกายอันเป็นที่สุดอยู่ใน                           ศาสนาของพระสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายร่มใด                           ในกาลนั้น ด้วยการถวายร่มนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ                           ถวายร่ม ในกัลปที่ ๗๒ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราช ผู้เป็นจอม                           แห่งชน ๘ พระองค์ มีพระนามว่ามหานิทานะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ                           ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว                           พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระปาปนิวาริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปาปนิวาริยเถราปทาน.
-----------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น