กณิการปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๒๐๑) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกกรรณิการ์ [๒๐๓] ในกาลนั้น เราเห็นต้นกรรณิการ์ มีดอกบานสะพรั่ง จึงเก็บมาบูชาแด่พระผู้ มีพระภาคพระนามว่าติสสะ ผู้ข้ามโอฆะแล้ว ผู้คงที่ ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ปรากฏพระนามว่าอรุณปาละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกณิการปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ กณิการปุปผิยเถราปทาน. มิเนลปุปผิยเถราปทานที่ ๒ (๒๐๒) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกเทียนขาว [๒๐๔] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี มีพระฉวีวรรณดังทอง มีพระรัศมีอันประ- เสริฐดังพระอาทิตย์ มีพระหฤทัยเมตตา มีพระสติ เสด็จขึ้นที่จงกรม เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ชมเชยพระญาณอันอุดมแล้ว ถือดอกเทียน ขาวไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธ- เจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง พุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๙ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่า สุเมฆฆนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมิเนลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ มิเนลปุปผิยเถราปทาน. กิงกณิกปุปผิยเถราปทานที่ ๓ (๒๐๓) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกหงอนไก่ [๒๐๕] พระสัพพัญญูผู้เป็นนายกของโลก เช่นกับด้วยทองคำมีค่า พระองค์ผู้นำของ โลก ร้อนพระกาย จึงเสด็จลงน้ำสรงสนานอยู่ เรามีจิตเบิกบาน มีใจ โสมนัส ได้ถือเอาดอกหงอนไก่ไปบูชาแด่พระสัพพัญญูพระนามว่าวิปัสสี ผู้จอมสัตว์ ผู้คงที่ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วย ดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราชพระนามว่าภิมรถะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ- สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ- ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกิงกณิกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ กิงกณิกปุปผิยเถราปทาน. ตรณิยเถราปทานที่ ๔ (๒๐๔) ว่าด้วยผลแห่งการข้ามส่งพระพุทธเจ้า [๒๐๖] ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้จอมสัตว์ ประเสริฐกว่านระ แวดล้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย เสด็จไปสู่ฝั่งแม่น้ำคงคา แม่น้ำคงคา เต็มเปี่ยมเสมอขอบฝั่ง กาวักน้ำดื่มได้ ข้ามได้ยาก เราข้ามส่งพระพุทธ- เจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์และภิกษุสงฆ์ ในกัลปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้ทำ กรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การข้ามส่งพระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๑,๓๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิ ๕ พระองค์ ทรงพระนามว่าสัพโพภวะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระตรณิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ ตรณิยเถราปทาน. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๒๐๕) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกยางทราย [๒๐๗] เราเป็นคนเฝ้าพระอารามของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ได้ถือเอา ดอกไม้ยางทราย ไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่ามหาปตาปะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน. อุทกทายกเถราปทานที่ ๖ (๒๐๖) ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำ [๒๐๘] เราเห็นพระสมณะ ผู้ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว กำลังบริโภคอยู่ ได้เอาน้ำใน หม้อถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ วันนี้ (นั้น) เราเป็น ผู้ไม่เศร้าหมอง ปราศจากมลทิน สิ้นสงสัย ผลย่อมเกิดแก่เราในภพที่ เกิดอยู่ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายน้ำ ในกาลนั้น ด้วยการ ถวายน้ำนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำ ในกัลปที่ ๖๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าวิมล ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ- สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ- พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอุทกทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ อุทกทายกเถราปทาน สลฬมาลิยเถราปทานที่ ๗ (๒๐๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้พร้อมทั้งขั้ว [๒๐๙] เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ เป็นสารถีฝึกนระ ผู้โชติช่วง ดังดอกกรรณิการ์ ประทับนั่งในระหว่างภูเขา ยังทิศทั้งปวงให้สว่าง อยู่ ในกาลนั้น เราเอาธนูพาดสายแล้ว ยิงลูกธนูไป ตัดดอกไม้ พร้อมทั้งขั้ว บูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชา พระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าชุตินธระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสลฬมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ สลฬมาลิยเถราปทาน โกรัณฑปุปผิยเถราปทานที่ ๘ (๒๐๘) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกหงอนไก่พร้อมทั้งราก [๒๑๐] เราได้เห็นรอยพระบาท อันประดับด้วยจักร และเครื่องอลังการที่พระผู้มี พระภาคพระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ทรงเหยียบไว้ จึงเดินตาม รอยพระบาทไป เราได้เห็นต้นหงอนไก่ มีดอกบาน จึงเอาบูชาพร้อมทั้งราก เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ได้ไหว้รอยพระบาทอันอุดม ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชารอยพระพุทธบาทด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๗ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าวีตมละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโกรัณฑปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน. อาธารทายถเถราปทานที่ ๙ (๒๐๙) ว่าด้วยการถวายเชิงรองบาตร [๒๑๑] เราได้ถวายเชิงรองบาตรแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ ของโลก เราทรง (ครอบครอง) พื้นแผ่นพระสุธานี้ทั้งหมดสิ้น เราเผา กิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว เราทรงกายอันเป็นที่สุด อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงมีพระนามว่าสมันตวรุณ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอาธารทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ อาธารทายกเถราปทาน. ปาปนิวาริยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๑๐) ว่าด้วยผลแห่งการห้ามบาป [๒๑๒] ก็เรามีใจผ่องใส ได้ถวายร่มคันหนึ่งแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ผู้คงที่ เราห้ามบาปเสียแล้ว ก่อสร้างกุศล เทวดาทั้งหลายกั้นร่มไว้ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ภพที่สุด ย่อมเป็นไปแก่เรา เราถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว ทรงกายอันเป็นที่สุดอยู่ใน ศาสนาของพระสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายร่มใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายร่มนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ถวายร่ม ในกัลปที่ ๗๒ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราช ผู้เป็นจอม แห่งชน ๘ พระองค์ มีพระนามว่ามหานิทานะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปาปนิวาริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ ปาปนิวาริยเถราปทาน. -----------------------------------------------------
วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557
กณิการปุปผิยเถราปทาน
ป้ายกำกับ:
กณิการปุปผิยเถราปทาน
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น