วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สัททสัญญิกเถราปทาน

สัททสัญญิกเถราปทานที่ ๑ (๓๕๑)
ว่าด้วยผลแห่งความเลื่อมใส
             [๓๕๓] ครั้งก่อน เราเป็นพรานเนื้อ (เที่ยว) อยู่ในป่าใหญ่ ได้พบพระสัมพุทธเจ้า                           อันแวดล้อมด้วยสงฆ์สองฝ่ายในป่านั้น ซึ่งกำลังทรงประกาศสัจจะ ๔                           ทรงรื้อถอน (ช่วยเหลือ) มหาชน เราได้ฟังพระวาจาอันไพเราะเปรียบ                           ด้วยเสียงนกการะเวกของมหามุนีพระนามว่าสิขี มีพระสำเนียงดังพรหม                           เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระสำเนียงแล้ว ได้บรรลุ                           ความสิ้นอาสวะ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น                           ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความเลื่อมใส คุณ                           วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้                           แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัททสัญญิกเถราปทาน.
ยวกลาปิยเถราปทานที่ ๒ (๓๕๒)
ว่าด้วยผลแห่งการลาดหญ้า
             [๓๕๔] ในกาลนั้น เราเป็นคนเกี่ยวหญ้าอยู่ในนครอรุณวดี ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า                           ที่หนทาง จึงลาดกำหญ้าถวาย (ให้ประทับ) พระพุทธเจ้าพระนามว่า                           สิขี ผู้ทรงอนุเคราะห์ ทรงมีพระกรุณา เป็นอัครนายกของโลก ทรงทราบ                           ความดำริของเรา จึงประทับนั่งบนลาดหญ้า เราเห็นพระองค์ผู้ปราศจาก                           มลทิน ผู้เพ่งพินิจมาก เป็นผู้แนะนำดี เกิดความปราโมทย์แล้ว ทำกาล                           กิริยา ณ ที่นั้น ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น                           ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลเพราะลาดหญ้า คุณวิเศษ                           เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง                           ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระยวกลาปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ยวกลาปิยเถราปทาน.
กิงสุกปูชกเถราปทานที่ ๓ (๓๕๓)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกทองกวาว
             [๓๕๕] เราได้เห็นต้นทองกวาวกำลังดอกบาน จึงประนมกรอัญชลีระลึกถึงพระ-                           พุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ จึงบูชาในอากาศ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้                           เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย                           นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘                           และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ                           แล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระกิงสุกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กิงสุกปูชกเถราปทาน.
สโกฏกโกรัณฑทายกเถราปทานที่ ๔ (๓๕๔)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาจักรที่รอยพระบาท
             [๓๕๖] เราได้พบรอยพระบาทที่พระพุทธเจ้า พระนามว่าสิขีผู้เป็นเผ่าพันธ์ของโลก                           ทรงเหยียบไว้ จึงห่มหนังเสือเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ได้ไหว้รอยพระพุทธบาท                           อันประเสริฐแล้ว เห็นต้นหงอนไก่อันขึ้นอยู่บนดินมีดอกบาน จึงถือเอา                           มาพร้อมทั้งก้าน ได้บูชาลายจักรที่รอยพระบาท ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลป                           นี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้                           เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘                           และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว                           ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสโกฏกโกรัณฑทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สโกฏกโกรัณฑทายกเถราปทาน.
ทัณฑทายกเถราปทานที่ ๕ (๓๕๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายไม้ขอ
             [๓๕๗] ในกาลนั้น เราเข้าไปสู่ป่าใหญ่ ตัดไม้ไผ่ ได้ถือเอาไม้ขอสำหรับห้อย                           สิ่งของมาถวายแก่สงฆ์ เรากราบไหว้ภิกษุทั้งหลายผู้มีวัตรงาม ด้วยความ                           เลื่อมใสแห่งจิตนั้น และครั้นถวายไม้ขอสำหรับห้อยแล้ว บ่ายหน้ากลับ                           ไปทางทิศอุดร ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายไม้ขอใดในกาลนั้น                           นั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายไม้ขอ คุณ                           วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้                           แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระทัณฑทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ทัณฑทายกเถราปทาน.
อัมพยาคุทายกเถราปทานที่ ๖ (๓๕๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมะม่วงและยาคู
             [๓๕๘] พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านามว่าสตรังสี ผู้ไม่แพ้อะไรๆ ออกจากสมาธิแล้ว                           เข้ามาหาเราเพื่อภิกษา เราเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว มีใจเลื่อมใสยิ่งนัก                           ได้ให้คนเอามะม่วงและข้าวยาคูไปถวายแด่ท่านผู้ผ่องใสไม่มีที่สุด ในกัลป                           ที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จัก-                           ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายมะม่วงและยาคู คุณวิเศษเหล่านี้ คือ                           ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ                           พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระอัมพยาคุทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัมพยาคุทายกเถราปทาน.
ปุฏกปูชกเถราปทานที่ ๗ (๓๕๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายกระเทียม
             [๓๕๙] พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้เป็นนายกของโลก เสด็จออกจากที่พัก                           กลางวันแล้ว พระองค์เสด็จเที่ยวภิกษาเข้ามาถึงสำนักเรา ลำดับนั้น เรามี                           ปีติโสมนัส ถวายกระเทียมห่อหนึ่งแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้คงที่                           แล้วบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวาย                           ห่อกระเทียมใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกระ-                           เทียมห่อหนึ่ง คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ                           อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว                           ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระปุฏกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปุฏกปูชกเถราปทาน
วัจฉทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๕๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายลูกวัว
             [๓๖๐] เรามีใจเลื่อมใส ได้ถวายลูกวัวตัวหนึ่งด้วยมือของตนเอง แด่พระผู้มีพระ                           ภาคพระนามว่าวิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ เราถึงพร้อม (ด้วย)                           ยานช้าง ยานม้า และยานทิพย์ เพราะการถวายลูกวัวนั้น เราได้บรรลุ                           ถึงความสิ้นอาสวะ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายลูกวัวใดในกาลนั้น                           ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายลูกวัว คุณวิเศษ                           เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด                           แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระวัจฉทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วัจฉทายกเถราปทาน.
สรณาคมนิยเถราปทานที่ ๙ (๓๕๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถึงสรณะ
             [๓๖๑] ในกาลนั้น พระภิกษุและเราผู้เป็นอาชีวกขึ้นเรือไปด้วยกัน เมื่อเรือกำลัง                           จะแตก พระภิกษุได้ให้สรณะแก่เรา ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ พระภิกษุ                           ได้ให้สรณะแก่เรา ด้วยสรณะนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นเพราะการ                           ถึงสรณะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖                           เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระสรณาคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สรณาคมนิยเถราปทาน.
ปิณฑปาติกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๖๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบิณฑบาต
             [๓๖๒] ในกาลนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ประทับอยู่ในป่าใหญ่ เรา                           จากดุสิตพิภพมาในมนุษย์โลกนี้ ได้ถวายบิณฑบาต ได้ถวายบังคมพระ                           สัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้มียศใหญ่ ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว                           กลับไปยังภพดุสิต ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาล                           นั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต                           คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ                           ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.              ทราบว่า ท่านพระปิณฑปาติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปิณฑปาติกเถราปทาน.
-----------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น